นักลงทุนไทยที่เปิดบัญชีกับ IBKR หรือโบรกเกอร์ต่างประเทศอื่นๆ เพื่อซื้อหุ้นสหรัฐหลายคนเคยสังเกตว่า เงินปันผลที่ได้รับจริงน้อยกว่าที่ประกาศ เหตุผลไม่ใช่ระบบผิดพลาด แต่เป็นเพราะกรมสรรพากรสหรัฐ (IRS) หักภาษี ณ ที่จ่าย (withholding tax) ไว้ที่อัตรา 30% ก่อนที่เงินจะเดินทางออกนอกประเทศ แบบฟอร์ม W-8BEN คือเอกสารหนึ่งหน้าที่เปลี่ยนตัวเลขนั้น
สนธิสัญญาภาษีซ้อนไทย-สหรัฐและอัตรา 15%
สหรัฐและไทยมีสนธิสัญญาภาษีซ้อน (Double Tax Convention) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 1997 ซึ่งกำหนดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินปันผลไว้ใน Article 10 ดังนี้
อัตราทั่วไปสำหรับผู้ถือหุ้นรายย่อย (portfolio investor) อยู่ที่ 15% ของเงินปันผลรวม ส่วนอัตรา 10% ใช้กับกรณีที่ผู้รับเงินเป็นนิติบุคคลและถือหุ้นในสัดส่วน 10% ขึ้นไป ซึ่งไม่เกี่ยวกับนักลงทุนรายบุคคลทั่วไป
เมื่อเทียบกับอัตราปกติ 30% ที่ IRS ใช้กับผู้ไม่มีถิ่นพำนักในสหรัฐและไม่ได้ยื่นเอกสารอะไร ตัวเลขต่างกัน 15 เปอร์เซ็นต์นั้นสำคัญมากในระยะยาว โดยเฉพาะสำหรับพอร์ตที่มีหุ้นปันผลสูงอย่าง ETF กลุ่ม dividend หรือ REITs ของสหรัฐ
W-8BEN คืออะไรและทำหน้าที่อะไร
W-8BEN ย่อมาจาก Certificate of Foreign Status of Beneficial Owner for United States Tax Withholding and Reporting เป็นแบบฟอร์มของ IRS ที่นักลงทุนต่างชาติใช้บอกโบรกเกอร์ว่า
- ผู้ถือบัญชีไม่ใช่พลเมืองสหรัฐ (ไม่อยู่ภายใต้กฎภาษีสหรัฐแบบเต็ม)
- ผู้ถือบัญชีอาศัยอยู่ในประเทศที่มีสนธิสัญญาภาษีซ้อนกับสหรัฐ และต้องการใช้อัตราพิเศษตามสนธิสัญญา
เมื่อโบรกเกอร์ได้รับฟอร์มนี้และตรวจสอบแล้ว ระบบจะปรับอัตราหักภาษีเงินปันผลจาก 30% เหลือ 15% โดยอัตโนมัติในรอบการจ่ายถัดไป ฟอร์มนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการคืนเงินหรือการขอยกเว้น แต่เป็นการ “ตั้งอัตราตั้งต้น” ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก
ขั้นตอนกรอกและส่งฟอร์มผ่าน IBKR
Interactive Brokers กำหนดให้ลูกค้าที่ไม่ใช่คนสหรัฐทุกคน ต้องยื่น W-8 form เพื่อยืนยันสถานะภาษีก่อนเปิดบัญชี ฟอร์มมักถูกเรียกให้กรอกในระหว่างกระบวนการสมัครบัญชีออนไลน์ แต่ถ้าเปิดบัญชีไปแล้วโดยไม่ได้ยื่น สามารถเข้าไปยื่นในส่วน Account Management ได้ภายหลัง
ในแบบฟอร์ม W-8BEN ที่นักลงทุนไทยต้องระวังเป็นพิเศษคือ Part II — Claim of Tax Treaty Benefits ซึ่งประกอบด้วย
- Country: Thailand
- Article: 10 (หรือ Article X ตามสนธิสัญญา)
- Withholding rate: 15%
- Type of income: Dividends
ส่วน Line 6a ที่ถามหา US Taxpayer Identification Number (TIN/ITIN) สำหรับนักลงทุนไทยที่ไม่มี ITIN สามารถกรอก Thai Tax ID (เลขประจำตัวผู้เสียภาษีไทย) ใน Line 6b แทนได้ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่รวมถึง IBKR ยอมรับ foreign TIN สำหรับการใช้อัตราสนธิสัญญา อย่างไรก็ดี กรณีที่ซับซ้อนกว่า เช่น การขอคืนภาษีที่ถูกหักเกินไปก่อนยื่นฟอร์ม หรือการยื่น 1040-NR จะต้องมี ITIN
กำไรจากการขายหุ้นกับเงินปันผล — ต่างกันอย่างไร
ข้อที่นักลงทุนหลายคนยังสับสนคือ W-8BEN ช่วยได้เฉพาะภาษีหัก ณ ที่จ่ายบน เงินปันผล (dividends) เป็นหลัก ไม่ใช่กำไรจากการขาย (capital gains)
สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ไม่ใช่คนสหรัฐและไม่ได้อยู่อาศัยในสหรัฐ กำไรจากการขายหุ้นสามัญใน US public exchange โดยทั่วไปไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยสหรัฐ (ซึ่งต่างจากเงินปันผลมาก) นั่นหมายความว่าถ้าซื้อ AAPL ที่ $100 แล้วขายที่ $150 เงิน $50 นั้นจะเข้าบัญชีเต็มๆ โดยไม่ถูกหักก่อน แต่ก็ยังต้องนำมาแจ้งในแบบภาษีไทยตาม ป.161/162 ตามปกติ
ความแตกต่างนี้สำคัญมากในการวางแผนพอร์ต เพราะหุ้นที่มีนโยบายไม่จ่ายปันผล (growth stocks) มี tax drag น้อยกว่าหุ้นปันผลสูงในมุมของภาษีหัก ณ ที่จ่ายสหรัฐ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าควรเลี่ยงหุ้นปันผล — 15% ยังต่ำกว่า 30% มาก และยังมีเวลาคืนภาษีซ้อนได้ในแบบ ภงด.90 ตามสนธิสัญญา DTAA
อายุฟอร์มและการต่ออายุที่ต้องไม่ลืม
หลายคนกรอก W-8BEN ครั้งเดียวแล้วลืมสนิท แต่ IRS กำหนดว่าฟอร์มมีอายุ ปีที่ลงนาม + 3 ปีปฏิทิน เท่านั้น ตัวอย่างเช่น ฟอร์มที่ลงนามในเดือนมีนาคม 2024 จะหมดอายุในวันที่ 31 ธันวาคม 2027
เมื่อฟอร์มหมดอายุและยังไม่ได้ต่อ โบรกเกอร์จะถูกกำหนดโดย IRS ให้สลับกลับไปหักภาษีที่ 30% จนกว่าจะได้รับฟอร์มใหม่ กระบวนการนี้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติและนักลงทุนหลายคนไม่ทันสังเกต ก่อนสิ้นปี IBKR มักส่ง notification แจ้งลูกค้าที่ฟอร์มกำลังจะหมดอายุ แต่ระบบแจ้งเตือนอาจตกหล่นได้ โดยเฉพาะถ้า email หลักเปลี่ยนไป วิธีที่ดีคือตั้ง reminder ส่วนตัวทุก 3 ปีเพื่อตรวจสอบและต่ออายุ
บันทึกภาษีหัก ณ ที่จ่ายและการขอเครดิตในไทย
เงินปันผลที่ถูกหักภาษีโดยสหรัฐแล้ว 15% ไม่ได้หายไปเสมอไป ตามสนธิสัญญา DTAA ระหว่างไทย-สหรัฐ นักลงทุนไทยสามารถนำภาษีที่ถูกหักในสหรัฐมาหักออกจากภาษีไทยที่คำนวณจากเงินได้ต่างประเทศชุดเดียวกันได้ ซึ่งเรียกว่า Foreign Tax Credit
กระบวนการนี้ต้องมีเอกสารหลักฐาน ได้แก่ หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย (จาก Annual Tax Statement หรือ 1042-S ที่โบรกเกอร์ออกให้ทุกต้นปี) และต้องยื่นในแบบ ภ.ง.ด.90 ที่ระบุรายได้ต่างประเทศและภาษีที่จ่ายไปแล้ว รายละเอียดขั้นตอนมีในบทความ foreign tax credit ที่เคยเขียนไว้
สำหรับนักลงทุนที่ใช้ Stack เพื่อติดตามพอร์ตต่างประเทศ ฟีเจอร์บันทึกเงินโอน-รับกลับ (ป.161/162) ช่วยจัดระเบียบธุรกรรมและแยกเงินต้นจากกำไรและเงินปันผลได้ ทำให้เวลาถึงฤดูกาลยื่นภาษี ข้อมูลที่ต้องการอยู่ครบในที่เดียว ไม่ต้องกลับไปค้นใน statement ทีละปี — ดูรายละเอียดที่ /#features
สิ่งที่ W-8BEN ทำไม่ได้
ก่อนจะสรุปว่า W-8BEN แก้ปัญหาทุกอย่างได้ ควรเข้าใจขอบเขตของมันด้วย
W-8BEN ไม่ได้ ลดภาษีปันผลให้เหลือศูนย์ ไม่มีสนธิสัญญาใดในโลกที่ยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่ายของสหรัฐให้นักลงทุนต่างชาติที่ไม่ใช่คนสหรัฐได้ทั้งหมด นอกจากนี้ W-8BEN ไม่ได้ครอบคลุมรายได้ทุกประเภท เช่น ดอกเบี้ยบางชนิดมีกฎเฉพาะ และ REITs มีอัตราพิเศษที่อาจแตกต่างออกไปตาม distribution type
สุดท้าย W-8BEN เป็นเอกสารที่บอก “ฉันไม่ใช่คนสหรัฐ” และ “ฉันมาจากประเทศที่มีสนธิสัญญากับสหรัฐ” เท่านั้น มันไม่ได้เป็นการยื่นภาษีในสหรัฐและไม่ได้ยกเว้นหน้าที่ที่นักลงทุนไทยมีต่อกรมสรรพากรไทยแต่อย่างใด
สำหรับบทความถัดไป เราจะดูเรื่อง บัญชีลงทุนที่สิงคโปร์และฮ่องกง ว่าโครงสร้างภาษีและความสะดวกของแต่ละแห่งต่างกันอย่างไรสำหรับ HNWI ไทยที่กระจายการลงทุนในเอเชีย
พร้อมลองเห็นพอร์ตของคุณในที่เดียวไหม?
Stack รวมหุ้น กองทุน อสังหาฯ ทอง คริปโต ในแอปเดียว บน macOS และ Windows · ทดลองฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
รับบทความใหม่ทางอีเมล
บทความเรื่องการลงทุน ภาษี และการบริหารทรัพย์สินสำหรับนักลงทุนไทย ส่งตรงถึงคุณ · ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ทุกเมื่อ