นักลงทุนที่ถือหุ้น US หรือรับเงินปันผลจากกองทุนต่างประเทศมักเห็นตัวเลข “tax withheld” ในรายงานของ broker ทุกปี สำหรับหุ้นสหรัฐที่ไม่ได้ยื่น W-8BEN ตัวเลขนั้นอาจสูงถึง 30% ของเงินปันผล และสำหรับผู้ที่ยื่นฟอร์มแล้ว อัตราตามสนธิสัญญาภาษีซ้อน (DTAA) ระหว่างไทย-สหรัฐจะอยู่ที่ 15% แต่สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ: ภาษีที่ถูกหักไปแล้วนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินที่หายไปเสมอไป เพราะกฎหมายภาษีไทยเปิดช่องให้นำมาขอเป็น “เครดิตภาษีต่างประเทศ” หักลบออกจากภาษีที่ต้องจ่ายในไทยได้ หากเป็นไปตามเงื่อนไข
กระบวนการนี้ไม่ซับซ้อนเท่าที่คิด แต่ต้องเตรียมเอกสารให้ถูกต้อง และเข้าใจข้อจำกัดของเครดิตที่ใช้ได้จริง บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนแบบครบถ้วนสำหรับการกรอกในแบบ ภ.ง.ด. 90
เครดิตภาษีต่างประเทศคืออะไร
เครดิตภาษีต่างประเทศ (Foreign Tax Credit) คือกลไกที่กฎหมายภาษีไทยกำหนดไว้เพื่อบรรเทาปัญหาการเสียภาษีซ้ำซ้อน กล่าวคือ เมื่อผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยได้รับเงินได้จากต่างประเทศ และประเทศต้นทางได้หักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว กรมสรรพากรยอมให้นำภาษีที่จ่ายไปแล้วในต่างประเทศนั้น มาหักออกจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ต้องชำระในไทย
สิทธิ์นี้ไม่ได้มีให้กับทุกประเทศ กรมสรรพากรกำหนดว่าประเทศต้นทางต้องมีสนธิสัญญาภาษีซ้อน (Double Tax Agreement — DTA) กับไทย ซึ่งปัจจุบันไทยมีข้อตกลง DTA กับ 57 ประเทศ ครอบคลุมประเทศลงทุนหลักส่วนใหญ่ของนักลงทุนไทย
ใครมีสิทธิ์ขอเครดิต
เงื่อนไขพื้นฐานที่ต้องครบทั้งสามข้อ:
ข้อ 1 — ผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย: ต้องอยู่ในประเทศไทยรวมกัน 180 วันขึ้นไปในปีภาษีนั้น ผู้ถือ LTR visa ที่ได้รับการยกเว้นรายได้ต่างประเทศตาม ป.161/162 ยังคงมีสิทธิ์ขอเครดิตนี้สำหรับส่วนของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีในไทย
ข้อ 2 — เงินได้นั้นต้องนำเข้าไทยและแสดงในแบบ ภงด.90: ตามกฎ ป.161/2566 และ ป.162/2566 เงินได้ต่างประเทศที่นำเข้าไทยในปีภาษีเดียวกับที่ได้รับต้องรายงานในแบบ ภ.ง.ด. 90 และจะเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้าของไทย
ข้อ 3 — ประเทศต้นทางต้องมี DTA กับไทย: ประเทศที่มี DTA กับไทยที่นักลงทุนมักลงทุนได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เยอรมนี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย แคนาดา เนเธอร์แลนด์ และประเทศในกลุ่ม ASEAN หลายประเทศ สามารถตรวจรายชื่อทั้งหมดได้จากหน้า DTA ของกรมสรรพากร
เอกสารที่ต้องเตรียม
นี่คือจุดที่หลายคนสะดุด เพราะเอกสารต้องมาจากทั้งฝั่งต่างประเทศและฝั่งไทย
จากต่างประเทศ: - หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax Certificate / Form 1042-S สำหรับ US) — ออกโดย broker หรือผู้จ่ายเงินปันผลในต่างประเทศ ระบุจำนวนเงินได้และจำนวนภาษีที่หักไว้ - เอกสารรับรองจาก broker ปีภาษีนั้น (Annual Tax Statement / Consolidated 1099 สำหรับ US) - หากเอกสารเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษ กรมสรรพากรอาจขอคำแปลภาษาไทย
จากฝั่งผู้ยื่น: - สำเนาหลักฐานการโอนเงินเข้าไทย (bank statement) ที่แสดงว่านำเงินได้เข้าไทยในปีภาษีเดียวกันกับที่ได้รับ - บันทึกการคำนวณแยกตามประเทศและประเภทเงินได้ (เช่น เงินปันผลจาก US แยกออกจากดอกเบี้ยจาก UK)
กรมสรรพากรยังจัดให้มี เครื่องมือช่วยคำนวณเครดิตภาษีสำหรับผู้มีเงินได้จากต่างประเทศ พร้อม คู่มือฉบับพฤศจิกายน 2568 ที่ช่วยให้การคำนวณง่ายขึ้นมาก
ขั้นตอนกรอกในแบบ ภงด.90
แบบ ภ.ง.ด. 90 สำหรับการกรอกเงินได้ต่างประเทศและขอเครดิตภาษีมีลำดับดังนี้:
ขั้นตอนที่ 1 — แสดงเงินได้ต่างประเทศ: บันทึกจำนวนเงินได้ที่นำเข้าไทยในส่วนของ “เงินได้พึงประเมิน” ตามประเภท (เงินปันผล ดอกเบี้ย ฯลฯ) โดยแปลงเป็นบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยของธนาคารแห่งประเทศไทยในวันที่รับเงิน
ขั้นตอนที่ 2 — คำนวณภาษีที่ต้องชำระในไทย: ระบบจะคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า 5-35% โดยรวมเงินได้ต่างประเทศกับเงินได้ในประเทศทั้งหมดในปีนั้น
ขั้นตอนที่ 3 — กรอกเครดิตภาษีต่างประเทศ: ในส่วน “ภาษีที่ชำระในต่างประเทศ” ให้กรอกจำนวนภาษีที่จ่ายจริงในต่างประเทศ (แปลงเป็นบาท) แต่ต้องไม่เกินเพดานที่คำนวณตามสูตร (ดูหัวข้อถัดไป)
ขั้นตอนที่ 4 — ยื่นพร้อมเอกสารแนบ: เมื่อยื่นออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร สามารถแนบ withholding tax certificate ในรูปแบบ PDF ได้โดยตรง กรณียื่นที่สำนักงานสรรพากร ต้องนำต้นฉบับพร้อมสำเนา
วิธีคำนวณเครดิตที่ใช้ได้จริง
จุดที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดคือ เครดิตภาษีต่างประเทศมีเพดานจำกัด ไม่ใช่นำภาษีที่จ่ายไปทั้งหมดมาหักได้เลย
สูตรที่กรมสรรพากรใช้:
เครดิตสูงสุดที่ใช้ได้ = (เงินได้สุทธิต่างประเทศ ÷ เงินได้สุทธิรวม) × ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งหมดในไทย
หรืออธิบายง่ายๆ ว่า: เครดิตที่ได้คือค่าน้อยกว่าระหว่าง (1) ภาษีที่จ่ายจริงในต่างประเทศ กับ (2) ส่วนแบ่งภาษีไทยที่คิดบนเงินได้ต่างประเทศนั้น
ตัวอย่าง: นายกมีเงินได้จากเงินปันผลหุ้น US 100,000 บาท ถูกหักภาษี 15% (15,000 บาท) ในสหรัฐ เมื่อคำนวณรวมกับเงินได้ทั้งหมดในไทย ปรากฏว่าภาษีไทยที่คิดบนเงินได้ส่วน US นั้นอยู่ที่ 10,000 บาท (เพราะเงินได้รวมอยู่ในช่วงอัตรา 10%) เครดิตที่ใช้ได้จริงคือ 10,000 บาท (ค่าน้อยกว่า) ส่วนที่เหลืออีก 5,000 บาทไม่สามารถขอคืนได้
สาเหตุที่เกิดกรณีนี้บ่อยคืออัตราหักภาษี ณ ที่จ่ายในต่างประเทศ (เช่น 15% ของ DTAA กับสหรัฐ) อาจสูงกว่าอัตราภาษีไทยที่ใช้กับเงินส่วนนั้นจริงๆ โดยเฉพาะผู้มีเงินได้รวมไม่สูงมาก
ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
เรื่องแรกที่พบบ่อยคือการลืมแยกคำนวณตามประเทศและประเภทเงินได้ กรมสรรพากรกำหนดให้คำนวณเครดิตแยกแต่ละประเทศและแต่ละประเภท (เงินปันผล vs ดอกเบี้ย vs กำไรจากการขาย) ไม่สามารถรวมกันเพื่อนำเครดิตจากประเทศ A มาหักภาษีที่คิดบนเงินได้จากประเทศ B ได้
เรื่องที่สองคือเงินได้ที่ยังไม่นำเข้าไทยในปีนั้น ตาม ป.161/162 หากรายได้ได้รับในปี 2567 แต่นำเงินเข้าไทยปี 2568 ก็ต้องยื่น ภงด.90 ปี 2568 ไม่ใช่ 2567 และเครดิตก็ต้องยื่นตามปีที่รายได้นั้นถูกแสดงด้วย
เรื่องที่สามคือเอกสารจาก broker บางรายไม่ระบุจำนวนภาษีที่หักอย่างชัดเจนในหน้าเดียว ต้องรวบรวมจากหลายส่วนของรายงาน ควรเริ่มรวบรวมเอกสารตั้งแต่ต้นปีภาษี ไม่ใช่รอจนถึงช่วงยื่นภาษีในเดือนมีนาคม
บันทึกธุรกรรมต่างประเทศตลอดปี — ไม่ใช่แค่ตอนยื่น
สิ่งที่ทำให้กระบวนการนี้ราบรื่นกว่าคือการมีบันทึกที่ชัดเจนว่าเงินได้แต่ละรายการ — รับเมื่อไหร่ จากประเทศไหน จำนวนเท่าไหร่ และถูกหักภาษีไปเท่าไหร่ — โดยไม่ต้องมานั่งรวบรวมย้อนหลังทีละรายการในช่วง ม.ค.-มี.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ยุ่งอยู่แล้ว
Stack มีโมดูล บันทึกเงินโอน-รับกลับ ที่ออกแบบมาสำหรับการบันทึกธุรกรรมต่างประเทศตาม ป.161/162 โดยเฉพาะ — ระบุประเภทเงินได้ ประเทศต้นทาง และจำนวนภาษีหัก ณ ที่จ่ายต่างประเทศไว้ในที่เดียว เมื่อถึงเวลายื่นแบบ ตัวเลขที่ต้องกรอกในแบบ ภงด.90 ก็พร้อมอยู่แล้ว ไม่ต้องเปิด statement หลายชุดเพื่อรวบรวมใหม่
บทความถัดไปเราจะมาดูว่า crypto ที่ซื้อขายผ่าน exchange ต่างประเทศ ตกอยู่ภายใต้กรอบ ป.161/162 ด้วยหรือเปล่า — เพราะกรณีนี้ยังมีความไม่ชัดเจนอยู่หลายจุดที่น่าระวัง
พร้อมลองเห็นพอร์ตของคุณในที่เดียวไหม?
Stack รวมหุ้น กองทุน อสังหาฯ ทอง คริปโต ในแอปเดียว บน macOS และ Windows · ทดลองฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
รับบทความใหม่ทางอีเมล
บทความเรื่องการลงทุน ภาษี และการบริหารทรัพย์สินสำหรับนักลงทุนไทย ส่งตรงถึงคุณ · ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ทุกเมื่อ