- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย vs ภาษีเงินได้ไทย — สองชั้นที่ทำงานต่างกัน
- ตารางอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตามประเทศที่นักลงทุนไทยนิยม
- W-8BEN กับหุ้นอเมริกา — ความต่างระหว่าง 15% และ 30%
- เมื่อนำเงินกลับไทย — เครดิตภาษีต่างประเทศทำงานยังไง
- ประเทศที่ไทยยังไม่มีสนธิสัญญาภาษีซ้อน
- บันทึกให้ครบ — ฐานของการยื่นภาษีที่ถูกต้อง
นักลงทุนไทยที่เริ่มซื้อหุ้นต่างประเทศผ่านโบรกเกอร์อย่าง Interactive Brokers หรือ DBS Vickers มักพบสิ่งที่น่าประหลาดใจในรายการเดินบัญชีครั้งแรก เมื่อเงินปันผลจากหุ้นอเมริกาเข้ามาในบัญชี ตัวเลขที่เห็นมักต่ำกว่าที่คำนวณไว้ — บางรายพบว่าหายไปถึง 30% โดยไม่มีคำอธิบายชัดเจนในสเตทเมนต์ นั่นคือภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ประเทศต้นทางเก็บไว้ก่อนที่เงินจะโอนออกจากระบบ ซึ่งเป็นกลไกที่นักลงทุนรายย่อยมักไม่ได้เตรียมตัวรับมือตั้งแต่วันแรก
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย vs ภาษีเงินได้ไทย — สองชั้นที่ทำงานต่างกัน
ก่อนจะไปถึงตัวเลขและตาราง ควรเข้าใจก่อนว่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายต่างประเทศ (withholding tax — WHT) คือภาระที่เกิดขึ้นก่อนที่เงินจะถึงมือเรา ประเทศที่บริษัทจดทะเบียนอยู่มีสิทธิ์เรียกเก็บภาษีจากเงินปันผลที่จ่ายออกไปยังผู้ถือหุ้นต่างชาติ อัตราและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับกฎหมายภายในของประเทศนั้น บวกกับสนธิสัญญาภาษีซ้อน (Double Tax Agreement — DTA) ที่ประเทศไทยได้ทำไว้กับหลายประเทศทั่วโลก
ส่วนภาษีเงินได้ไทยนั้นเป็นอีกชั้นหนึ่งที่แยกออกมาต่างหาก ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 คำสั่งกรมสรรพากร ป.161 และ ป.162 กำหนดให้รายได้จากต่างประเทศที่นำเข้าประเทศไทยในปีภาษีเดียวกับที่ได้รับต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งหมายความว่าเงินปันผลที่ถูกหัก WHT ไปแล้วที่ต้นทาง อาจยังต้องเสียภาษีไทยเพิ่มเติมอีกรอบเมื่อนำเงินเข้ามา อย่างไรก็ตาม กฎหมายไทยเปิดช่องให้นำภาษีที่จ่ายต่างประเทศมาหักเป็น “เครดิตภาษี” ได้ — ซึ่งจะกล่าวถึงในส่วนถัดไป
ตารางอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตามประเทศที่นักลงทุนไทยนิยม
ตารางนี้รวบรวมอัตราที่บังคับใช้กับผู้ถือหุ้นรายย่อยชาวไทย (ไม่ใช่บริษัทที่ถือหุ้นในสัดส่วนใหญ่) ข้อมูลอ้างอิงจาก PwC Worldwide Tax Summaries ซึ่งรวบรวมข้อมูลสนธิสัญญาจากทั่วโลก และ สนธิสัญญาภาษีระหว่างสหรัฐฯ กับไทย ฉบับเต็ม (IRS)
| ประเทศต้นทาง | WHT มาตรฐาน | อัตราตาม DTA กับไทย | เงื่อนไข |
|---|---|---|---|
| สหรัฐอเมริกา | 30% | 15% | ต้องยื่น W-8BEN กับโบรกเกอร์ก่อน |
| สิงคโปร์ | 0% | 0% | ระบบ one-tier tax — ไม่หักซ้ำ |
| สหราชอาณาจักร | 0% | 0% | UK ไม่มี WHT สำหรับผู้ถือหุ้นต่างชาติ |
| ญี่ปุ่น | 15.315% | 15% | รวม income surtax 2.1% ใน default |
| ฮ่องกง | 0% | 0% | ไม่มีภาษี dividend ที่ต้นทาง |
| เยอรมนี | 26.375% | 15% | default รวม solidarity surcharge |
| ออสเตรเลีย | 30% | 15% | มีระบบ franking credit เพิ่มเติม |
| ไต้หวัน | 21% | 10% | ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข beneficial owner |
ข้อสังเกตสำคัญจากตารางนี้คือ ประเทศที่ใช้ระบบ 0% อย่างสิงคโปร์ สหราชอาณาจักร และฮ่องกง นั้นไม่ได้หมายความว่าไม่มีภาระภาษีเลยในฝั่งไทย — เงินปันผลที่นำกลับมาไทยยังต้องรายงานตาม ป.161/162 เหมือนเดิม แต่เนื่องจากไม่มีภาษีหักที่ต้นทาง จึงไม่มีเครดิตภาษีต่างประเทศที่นำมาหักออกจากภาระภาษีไทยได้
W-8BEN กับหุ้นอเมริกา — ความต่างระหว่าง 15% และ 30%
สำหรับหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่นักลงทุนไทย แบบฟอร์ม W-8BEN คือเอกสารที่ผู้ถือหุ้นต่างชาติยื่นต่อโบรกเกอร์เพื่อรับรองว่าตนเป็นผู้มีถิ่นพำนักในประเทศที่มีสนธิสัญญาภาษีกับสหรัฐฯ และขอใช้อัตราลดตามสนธิสัญญา ตามข้อกำหนดในบทที่ 10 ของสนธิสัญญาภาษีระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา ผู้ถือหุ้นรายย่อยชาวไทยมีสิทธิ์ใช้อัตราลดหย่อนที่ 15% แทน 30%
โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ที่นักลงทุนไทยใช้อยู่อนุญาตให้กรอก W-8BEN ออนไลน์ผ่านระบบและมีอายุ 3 ปีก่อนต้องต่ออายุ กระบวนการไม่ซับซ้อน แต่หากไม่ได้ยื่นหรือปล่อยให้หมดอายุ โบรกเกอร์จะตัดภาษีในอัตรา 30% ซึ่งเป็นอัตรา default ตามกฎหมายภายในของสหรัฐฯ สำหรับผู้ถือหุ้นต่างชาติที่ไม่มีเอกสารรับรองสถานะ
กรณีที่ถูกหัก 30% ไปแล้วและต้องการขอคืนส่วนต่าง 15% ยังมีช่องทางผ่านกระบวนการของ IRS แต่ยุ่งยากกว่าการยื่น W-8BEN ไว้ตั้งแต่ต้นมาก ดังนั้นในประสบการณ์ของเราการยื่นให้ครบก่อนเริ่มรับเงินปันผลจึงเป็นขั้นตอนที่คุ้มค่าที่สุด
เมื่อนำเงินกลับไทย — เครดิตภาษีต่างประเทศทำงานยังไง
สมมติว่านักลงทุนได้รับเงินปันผลจากหุ้น ETF สหรัฐฯ และถูกหัก WHT ไว้ 15% ตามสนธิสัญญา แล้วนำเงินที่เหลือกลับไทยในปีเดียวกัน ภาษีไทยที่จะต้องเสียเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของแต่ละคน หากอัตราภาษีไทยสูงกว่า 15% จะต้องเสียภาษีเพิ่มในส่วนต่าง หากอัตราภาษีไทยต่ำกว่า 15% ก็ไม่ต้องเสียเพิ่ม
กรมสรรพากรได้จัดทำเครื่องมือคำนวณเครดิตภาษีต่างประเทศไว้บนเว็บไซต์ rd.go.th ซึ่งให้ผู้เสียภาษีกรอกข้อมูลรายได้ต่างประเทศ ภาษีที่จ่ายในต่างประเทศ และรายได้ทั้งหมดในไทย ระบบจะคำนวณเพดานเครดิตที่ใช้ได้และแสดงผลที่ต้องกรอกในแบบ ภ.ง.ด.90 โดยอัตโนมัติ เพดานดังกล่าวคือ “ภาษีไทยที่จะต้องเสียบนรายได้นั้น” ซึ่งหากภาษีที่จ่ายต่างประเทศสูงกว่าเพดาน ส่วนเกินนำมาหักไม่ได้และไม่สามารถยกไปปีถัดไปได้เช่นกัน
ประเทศที่ไทยยังไม่มีสนธิสัญญาภาษีซ้อน
ปัจจุบันไทยมี DTA กับประเทศคู่สัญญาประมาณ 60 ประเทศ ตามข้อมูลของ Forbes & Partners ครอบคลุมประเทศหลักในยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชียตะวันออก อย่างไรก็ตาม มีบางกรณีที่นักลงทุนไทยลงทุนในตลาดที่ยังไม่มีสนธิสัญญากับไทย เช่น บางประเทศใน emerging market ในกรณีเหล่านั้นอัตรา WHT ที่ใช้คืออัตรามาตรฐานในประเทศนั้นโดยตรง ซึ่งอาจสูงกว่าอัตรา DTA อย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ เช่น กองทุน feeder ที่ลงทุนใน ETF ต่างประเทศ กองทุนจัดการเรื่อง WHT ในระดับกองทุนเองก่อนที่จะคำนวณ NAV กลับมาถึงผู้ถือหน่วย ซึ่งทำให้ประเด็นนี้ถูกซ่อนไว้จากนักลงทุนรายย่อย แต่ต้นทุนยังคงอยู่ในตัวเลข NAV ที่ได้รับอยู่ดี
บันทึกให้ครบ — ฐานของการยื่นภาษีที่ถูกต้อง
สิ่งที่ทำให้การขอเครดิตภาษีต่างประเทศเป็นไปได้อย่างถูกต้องคือการมีบันทึกที่ชัดเจนว่าเงินปันผลแต่ละก้อนมาจากประเทศไหน ถูกหักภาษีอะไรไปเท่าไหร่ และนำเงินส่วนไหนกลับเข้าไทยในปีใด สำหรับนักลงทุนที่ถือหุ้นต่างประเทศในหลายตลาดพร้อมกัน Stack มีหน้าบันทึกเงินโอน-รับกลับที่ช่วยแยกเงินต้น กำไรจากการขาย และเงินปันผลออกจากกันชัดเจน ทำให้เตรียมข้อมูลสำหรับยื่น ภ.ง.ด.90 ได้ตรงและครบถ้วนยิ่งขึ้น ดูรายละเอียดได้ที่ /#features
ประเด็นเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นเพียงจุดเริ่มต้น บทความถัดไปจะลงรายละเอียดเรื่องกระบวนการขอเครดิตภาษีต่างประเทศในแบบ ภ.ง.ด.90 โดยเฉพาะ — รวมถึงเอกสารที่กรมสรรพากรต้องการและข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการยื่น
พร้อมลองเห็นพอร์ตของคุณในที่เดียวไหม?
Stack รวมหุ้น กองทุน อสังหาฯ ทอง คริปโต ในแอปเดียว บน macOS และ Windows · ทดลองฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
รับบทความใหม่ทางอีเมล
บทความเรื่องการลงทุน ภาษี และการบริหารทรัพย์สินสำหรับนักลงทุนไทย ส่งตรงถึงคุณ · ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ทุกเมื่อ