- หุ้นไทย — capital gain ยกเว้น เงินปันผลหัก ณ ที่จ่าย 10%
- กองทุนรวม — ปันผลถูกหัก 10% capital gain ส่วนใหญ่ยกเว้น
- กองทุนลดหย่อนภาษี — RMF / SSF / Thai ESG / Thai ESGX
- ตราสารหนี้และพันธบัตร — ดอกเบี้ยหัก ณ ที่จ่าย 15%
- สินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโต) — ยกเว้น capital gain 5 ปี (2568-2572)
- หุ้นต่างประเทศ — ป.161/162
- อสังหาริมทรัพย์ — รายได้จากค่าเช่า
- แบบยื่นและกรอบเวลา
- การจัดเก็บเอกสาร
- เครื่องมือที่ช่วยรวมข้อมูลภาษี
- สรุป
การลงทุนกับภาษีเป็นสองเรื่องที่นักลงทุนชาวไทยจำนวนมากแยกออกจากกัน ตอนตัดสินใจซื้อ — ผลตอบแทนถูกคำนวณก่อนภาษี แต่เมื่อถึงเวลาที่ผลตอบแทน นั้นเปลี่ยนเป็นเงินสดในกระเป๋าจริง ความแตกต่างระหว่างผลตอบแทนก่อนและ หลังภาษีมักไม่เล็กอย่างที่คาดไว้
บทความนี้รวบรวมภาษีหลักที่นักลงทุนรายย่อยในประเทศไทยต้องเข้าใจ แยกตามประเภทสินทรัพย์ — ตั้งแต่หุ้นไทย กองทุนรวม ตราสารหนี้ สินทรัพย์ดิจิทัล หุ้นต่างประเทศ ไปจนถึงรายได้จากการปล่อยเช่า — โดย อ้างอิงจากเอกสารทางการของกรมสรรพากร (rd.go.th) ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย (set.or.th) และประกาศที่เกี่ยวข้องล่าสุด
หุ้นไทย — capital gain ยกเว้น เงินปันผลหัก ณ ที่จ่าย 10%
สำหรับการลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET หรือ mai) บุคคลธรรมดาที่ขายหุ้นและได้รับกำไรจากการขาย (capital gain) ได้รับการยกเว้นภาษี ตามที่กฎหมายและเอกสารของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย — ภาษีและการลงทุน ระบุไว้ นี่เป็นจุดที่ทำให้การลงทุนในหุ้นไทยผ่านตลาดหลักทรัพย์ต่างจาก การลงทุนนอกตลาดที่ capital gain ยังต้องเสียภาษี
อย่างไรก็ดี การยกเว้นนี้ใช้กับกำไรจากการขายเท่านั้น — ส่วนของ เงินปันผล ที่ได้รับระหว่างถือหุ้นยังเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้อง เสียภาษี โดยบริษัทผู้จ่ายปันผลจะ หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ในอัตรา 10% ก่อนจ่ายเข้าบัญชีของผู้ถือหุ้น
นักลงทุนมีสิทธิเลือก 2 ทาง:
- Final Tax — ถือว่าจบที่หัก ณ ที่จ่าย 10% และไม่นำเงินปันผล ไปรวมคำนวณในแบบ ภ.ง.ด. ประจำปี
- เครดิตภาษี — นำเงินปันผลไปรวมเป็นเงินได้ในแบบ ภ.ง.ด. และ ขอเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีซ้ำซ้อนจาก ที่บริษัทเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลก่อนจ่ายปันผลแล้ว
วิธีที่ 2 จะเหมาะกับนักลงทุนที่อัตราภาษีของตนเองต่ำกว่าอัตราภาษีเงิน ได้นิติบุคคลของบริษัทผู้จ่าย — ในกรณีนี้สามารถขอคืนภาษีส่วนเกินได้ รายละเอียดของการคำนวณเครดิตภาษีมีอยู่ที่ คำสั่ง ป.119/2545 กรมสรรพากร ที่ยังคงใช้บังคับอยู่
กองทุนรวม — ปันผลถูกหัก 10% capital gain ส่วนใหญ่ยกเว้น
สำหรับกองทุนรวมที่จดทะเบียนในประเทศไทย หลักการภาษีคล้ายกับหุ้นไทย — capital gain ยกเว้นภาษี สำหรับการขายคืนหน่วยลงทุน และ เงินปันผลถูกหัก ณ ที่จ่าย 10% ตามที่ SET Investnow — ภาษี กองทุนรวม ระบุไว้
นักลงทุนมีสิทธิเลือกระหว่าง Final Tax หรือนำปันผลไปรวมยื่นภาษี ในแบบ ภ.ง.ด.90 เช่นเดียวกับปันผลหุ้น
จุดที่ต่างจากหุ้นรายตัวคือ กองทุนบางประเภทที่ออกแบบมาเพื่อสิทธิ ประโยชน์ทางภาษีโดยเฉพาะ — RMF, SSF, Thai ESG, และ Thai ESGX — จะมีเงื่อนไขและสิทธิเพิ่มเติมที่กล่าวถึงในส่วนถัดไป
กองทุนลดหย่อนภาษี — RMF / SSF / Thai ESG / Thai ESGX
กองทุนลดหย่อนภาษีคือกองทุนรวมที่รัฐกำหนดเงื่อนไขพิเศษเพื่อสนับสนุน การออมระยะยาว โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในลักษณะ “ลดหย่อน” จากเงินได้ ที่ต้องเสียภาษี ก่อนคำนวณภาษีที่ต้องชำระจริง
ตามที่ Bangkok Bank — กองทุนรวมเพื่อการลดหย่อนภาษี และ MFC — คู่มือการลงทุน RMF/Thai ESG/SSF อธิบายไว้ สามารถสรุปได้ดังนี้:
RMF (Retirement Mutual Fund) — กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ - ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี (รวมกับ SSF/PVD/RMF เกษียณอื่น ๆ) - ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี (เว้นได้ไม่เกิน 1 ปี) - ถือถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
SSF (Super Savings Fund) — กองทุนเพื่อการออม - ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี - ถือครองหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 10 ปีปฏิทิน
Thai ESG (ปี 2569) — กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน - ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี - ถือต่อเนื่อง 5 ปีเต็มนับแบบวันชนวัน (ไม่ใช่นับแบบปีปฏิทิน เหมือน SSF) - ลงทุนเฉพาะในหลักทรัพย์ไทยที่มีคะแนน ESG ตามเกณฑ์
Thai ESGX — กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ - กรอบลดหย่อนเดียวกับ Thai ESG (รวมกันไม่เกิน 300,000 บาท) - เปิดเฉพาะช่วงเวลาที่กำหนด มีเงื่อนไขเพิ่มเติมตามที่ กสิกรไทย — Thai ESG / Thai ESGX ระบุ
นักลงทุนที่ใช้สิทธิลดหย่อนเหล่านี้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดในปีที่ ลงทุน เพราะกฎเกณฑ์อาจมีการปรับปรุงรายปีตามนโยบายของรัฐ
ตราสารหนี้และพันธบัตร — ดอกเบี้ยหัก ณ ที่จ่าย 15%
สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ ทั้งพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ของบริษัทเอกชน และเงินฝากธนาคาร ดอกเบี้ยที่ได้รับจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ตามมาตรา 50 แห่งประมวลรัษฎากร
นักลงทุนสามารถเลือก:
- Final Tax — ปล่อยให้จบที่หัก ณ ที่จ่าย 15%
- นำดอกเบี้ยรวมยื่น ภ.ง.ด. — เหมาะกับผู้ที่อัตราภาษีของตนเอง ต่ำกว่า 15% สามารถขอคืนภาษีส่วนเกินได้
ข้อยกเว้นที่ควรทราบคือ ดอกเบี้ยพันธบัตรออมทรัพย์บางประเภทที่รัฐ ออกในรูปแบบ “ดอกเบี้ยปลอดภาษี” จะไม่ถูกหักภาษีตั้งแต่ต้น เงื่อนไขนี้จะระบุชัดเจนในเอกสารของแต่ละรุ่นที่เสนอขาย
สินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโต) — ยกเว้น capital gain 5 ปี (2568-2572)
นโยบายภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในช่วง 2568-2572 ตามที่ประกาศจาก Bitkub — Crypto Tax FAQ และ Bitazza — ภาษีคริปโตในไทย 2569 อธิบายไว้
สำหรับการเทรดผ่าน exchange ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. (เช่น Bitkub, Satang, Z.com EX, Upbit Thailand, InnovestX, Bitazza) รัฐได้ประกาศ:
- ยกเว้นภาษี capital gain จากการเทรดในช่วง 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572 (5 ปี)
- กรมสรรพากร ยังไม่บังคับหัก ณ ที่จ่าย 15% สำหรับธุรกรรมผ่าน exchange ที่ได้รับใบอนุญาต
- นักลงทุนสามารถนำผลขาดทุนมาหักลบกับกำไรในปีภาษีเดียวกันได้
สำหรับการเทรดผ่าน exchange ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต (เช่น exchange ต่างประเทศโดยตรง) — ยังต้องเสียภาษีตามหลักเกณฑ์เดิม ซึ่งกำไรจาก การเทรดจัดเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ฌ) และต้องนำมารวม คำนวณภาษีในแบบ ภ.ง.ด.
จุดที่ต้องระวังคือ การยกเว้นนี้มีกรอบเวลาที่ชัดเจน (2568-2572) หลังพ้นช่วงเวลานี้ ยังไม่มีประกาศที่บ่งบอกว่าจะต่อหรือไม่
หุ้นต่างประเทศ — ป.161/162
นักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นและกองทุนต่างประเทศ ผ่านโบรกเกอร์ไทยที่ให้ บริการลงทุนนอก (InnovestX Global, Liberator, KS Global, Pi Securities, Settrade Global Equity) หรือผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ โดยตรง (Interactive Brokers, Saxo Bank) มีภาระภาษีที่ต่างจากการ ลงทุนในหุ้นไทย
ตั้งแต่คำสั่งกรมสรรพากร ป.161/2566 และ ป.162/2566 มีผลกับเงินได้ ที่เกิดตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป — นักลงทุนที่อยู่ในไทย ≥ 180 วันต่อปี และนำเงินจากการลงทุนต่างประเทศกลับเข้ามาในไทย มีหน้าที่ ต้องเสียภาษีจากเงินได้ส่วนนั้น
รายละเอียดของขั้นตอนทั้งหมด — ตั้งแต่การแลกเงิน การรายงานต่อ ธนาคารแห่งประเทศไทย วิธีคำนวณภาษี การกรอกแบบ ภ.ง.ด.90 ไปจนถึง สิทธิยกเว้นของผู้ถือ LTR Visa — มีอยู่ในบทความ ภาษีลงทุนต่างประเทศ ป.161/162 — คู่มือฉบับสมบูรณ์
อสังหาริมทรัพย์ — รายได้จากค่าเช่า
สำหรับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ปล่อยเช่า ค่าเช่าที่ได้รับเป็นเงินได้ พึงประเมินตามมาตรา 40(5) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งต้องนำมารวมคำนวณ ภาษีในแบบ ภ.ง.ด.90
จุดที่นักลงทุนอสังหาฯ มักไม่ทราบคือ การหักค่าใช้จ่าย — สามารถเลือก ได้ 2 ทาง:
- หักเหมา — ในอัตราที่กฎหมายกำหนด (ปัจจุบันอยู่ที่ 30% ของ ค่าเช่าที่ได้รับ สำหรับการให้เช่าบ้านพักอาศัย)
- หักตามจริง — นำหลักฐานค่าใช้จ่ายจริงทั้งหมดมาแสดง เช่น ค่าส่วนกลาง ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ค่าบำรุงรักษา ค่าเสื่อมราคา ของอาคาร ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน
วิธีที่ 2 ต้องเก็บเอกสารและใบเสร็จครบทุกรายการ แต่จะเหมาะกับเจ้าของ ที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น ห้องที่กำลังผ่อนชำระสินเชื่อบ้านหรือมีค่า บำรุงรักษาที่เกิดขึ้นจริง
นอกจากภาษีเงินได้ ผู้ปล่อยเช่ายังต้องเสีย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูก สร้าง ในอัตราที่ขึ้นกับประเภทของทรัพย์และวัตถุประสงค์การใช้งาน ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562
แบบยื่นและกรอบเวลา
นักลงทุนทุกประเภทต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ภายใน 31 มีนาคมของปีถัดไป (สำหรับการยื่นผ่านระบบ e-Filing ที่ rd.go.th มักได้รับการขยายเวลาเพิ่มอีก 8 วัน)
แบบที่ใช้:
- ภ.ง.ด.91 — สำหรับผู้มีเงินได้จากการทำงานประจำเพียงอย่างเดียว (เงินเดือน)
- ภ.ง.ด.90 — สำหรับผู้มีเงินได้จากหลายแหล่ง รวมถึงเงินปันผล ดอกเบี้ย กำไรจากการลงทุน รายได้ค่าเช่า กำไรจากต่างประเทศ และ รายได้ธุรกิจ
นักลงทุนที่มีพอร์ตหลายประเภทควรใช้ ภ.ง.ด.90 — เพราะแบบ 91 ไม่ รองรับเงินได้นอกเหนือจากเงินเดือน
การจัดเก็บเอกสาร
ตามประมวลรัษฎากร ผู้เสียภาษีต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง กับการยื่นภาษีเป็นเวลา อย่างน้อย 5 ปี นับจากวันสิ้นปีภาษีที่ยื่น
เอกสารที่ควรเก็บ:
- หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากบริษัทผู้จ่ายเงินปันผล
- statement จากโบรกเกอร์และกองทุน
- หลักฐานการลงทุนใน RMF/SSF/Thai ESG (หนังสือรับรองสิทธิ ลดหย่อน)
- สัญญาเช่าและใบเสร็จรับเงินค่าเช่า
- แบบ ภ.ง.ด. ที่ยื่นไป พร้อมใบเสร็จการชำระภาษี
ในกรณีที่กรมสรรพากรเรียกตรวจสอบในภายหลัง เอกสารเหล่านี้จะเป็น หลักฐานสำคัญในการพิสูจน์ความถูกต้องของการยื่นภาษี
เครื่องมือที่ช่วยรวมข้อมูลภาษี
สำหรับนักลงทุนที่มีพอร์ตหลายประเภทสินทรัพย์พร้อมกัน การติดตามภาษี ในแต่ละประเภทแยกกันเป็นภาระที่กินเวลา Stack ออกแบบมาให้ รองรับการบันทึกข้อมูลที่ใช้ในการยื่นภาษีตั้งแต่ต้นจนจบในที่เดียว — ตั้งแต่การจัดเก็บเงินปันผลและดอกเบี้ยที่ได้รับ การติดตามรายการ ป.161/162 สำหรับการลงทุนต่างประเทศ ไปจนถึงการสรุปรายได้จากการ ปล่อยเช่า โดยข้อมูลทั้งหมดเก็บในเครื่องของผู้ใช้ ทดลองได้ฟรี 14 วันที่ /#download
สรุป
ภาษีของนักลงทุนไทยในแต่ละประเภทสินทรัพย์มีลักษณะที่แตกต่างกัน — หุ้นและกองทุนไทยได้รับการยกเว้น capital gain ในขณะที่ปันผลถูกหัก 10% ตราสารหนี้ถูกหักดอกเบี้ย 15% สินทรัพย์ดิจิทัลผ่าน exchange ที่ได้รับใบอนุญาตได้รับการยกเว้นในช่วง 2568-2572 หุ้นต่างประเทศ อยู่ภายใต้ ป.161/162 และรายได้ค่าเช่าเสียภาษีพร้อมเลือกหักค่า ใช้จ่ายได้ 2 ทาง
นักลงทุนที่เข้าใจโครงสร้างภาษีของแต่ละสินทรัพย์จะสามารถวางแผน การถือ การขาย และการนำเงินกลับเข้าประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ขึ้น — ทั้งในแง่ของการใช้สิทธิเครดิตภาษี การเลือกระหว่าง Final Tax และนำมารวมยื่น การใช้สิทธิลดหย่อนผ่านกองทุนที่ออกแบบมาเฉพาะ ไปจนถึงการเก็บเอกสารให้ครบสำหรับการพิสูจน์ในภายหลัง
ในบทความถัดไป เราจะพูดถึงทฤษฎีการจัดพอร์ตที่ได้รับการยอมรับใน วงวิชาการการเงิน เพื่อให้นักลงทุนที่บริหารพอร์ตด้วยตนเองเข้าใจ หลักการพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของตนเอง
แหล่งข้อมูลทางการและอ้างอิง:
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย — ภาษีและการลงทุน
- SET Investnow — ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนกองทุนรวม
- คำสั่งกรมสรรพากร ป.119/2545 — เครดิตภาษีเงินปันผล
- กรมสรรพากร — ระบบยื่นภาษีออนไลน์ (e-Filing)
- Bangkok Bank — กองทุนรวมเพื่อการลดหย่อนภาษี RMF/SSF/Thai ESG
- MFC — คู่มือการลงทุน RMF / Thai ESG / SSF
- กสิกรไทย — เงื่อนไขการลงทุนกองทุน Thai ESG / Thai ESGX
- Bitkub Support — Cryptocurrency Tax FAQ
- Bitazza — ภาษีคริปโตในไทย 2569
- Stack Blog — ภาษีลงทุนต่างประเทศ ป.161/162 คู่มือฉบับสมบูรณ์
พร้อมลองเห็นพอร์ตของคุณในที่เดียวไหม?
Stack รวมหุ้น กองทุน อสังหาฯ ทอง คริปโต ในแอปเดียว บน macOS และ Windows · ทดลองฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
รับบทความใหม่ทางอีเมล
บทความเรื่องการลงทุน ภาษี และการบริหารทรัพย์สินสำหรับนักลงทุนไทย ส่งตรงถึงคุณ · ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ทุกเมื่อ