ในยุคที่รายได้ของคนจำนวนมากมาจากแพลตฟอร์มออนไลน์ — ทั้งการขายสินค้า บน Shopee และ Lazada การสร้างคอนเทนต์บน YouTube หรือการรับรายได้ โฆษณาผ่าน Google AdSense — คำถามที่ตามมาเสมอคือรายได้เหล่านี้ต้องเสีย ภาษีอย่างไร และแต่ละแพลตฟอร์มมีความแตกต่างกันหรือไม่
ประเด็นที่หลายคนยังไม่ทราบคือ ตั้งแต่กรมสรรพากรออกกฎหมายที่กำหนดให้ แพลตฟอร์มและสถาบันการเงินส่งข้อมูลรายได้ของผู้ขายและผู้รับเงินให้ โดยตรง รายได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์ในปัจจุบันจึงไม่ใช่เรื่องที่อยู่นอก สายตาของกรมสรรพากรอีกต่อไป
บทความนี้สรุปภาระภาษีของรายได้จากแต่ละแพลตฟอร์ม โดยอ้างอิงจากเอกสาร ของกรมสรรพากร แพลตฟอร์มผู้ให้บริการ และสำนักงานบัญชีที่เชี่ยวชาญ ด้านภาษี e-commerce
หลักการพื้นฐาน — เงินได้ประเภทใด
ในระบบภาษีไทย รายได้ทุกประเภทถูกจัดหมวดตามมาตรา 40 แห่งประมวล รัษฎากร แบ่งเป็น 8 ประเภท (40(1) ถึง 40(8)) แต่ละประเภทมีวิธีหัก ค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน
สำหรับรายได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่วนใหญ่จัดอยู่ใน มาตรา 40(8) — เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ หรืออื่น ๆ ที่ไม่เข้าประเภท 40(1) ถึง 40(7) ซึ่งเป็นหมวดที่ครอบคลุมทั้งการขายสินค้าและการให้บริการ ดิจิทัล
การเข้าใจว่ารายได้ของตนเองอยู่ในประเภทใด สำคัญเพราะมันกำหนดว่า สามารถหักค่าใช้จ่ายได้แบบไหน — แบบเหมาในอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือ แบบตามจริงที่ต้องมีหลักฐานครบ
ขายของออนไลน์ — Shopee, Lazada, TikTok Shop
รายได้จากการขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม marketplace จัดเป็นเงินได้ตาม มาตรา 40(8) ตามที่ FlowAccount — การยื่นภาษีธุรกิจ E-Commerce และ Shopee Seller Education — ภาษีสำหรับผู้ขาย อธิบายไว้
การหักค่าใช้จ่าย — ผู้ขายเลือกได้ 2 ทาง:
- หักเหมา 60% — เหมาะกับผู้ที่ไม่มีหลักฐานค่าใช้จ่ายครบ หรือ มีต้นทุนต่ำกว่า 60% ของรายได้
- หักตามจริง — เหมาะกับผู้ที่มีต้นทุนสินค้าสูง (เช่น ซื้อมา ขายไปที่มี margin บาง) ต้องเก็บใบเสร็จและหลักฐานครบทุกรายการ
จุดสำคัญ — รายได้จากทุกแพลตฟอร์มต้อง นับรวมกันทั้งหมด ไม่ใช่ แยกยื่นแต่ละแพลตฟอร์ม ผู้ที่ขายทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ต้องรวมรายได้จากทั้งสามมายื่นเป็นก้อนเดียว
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) — ผู้ขายที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และนำส่ง VAT (ภาษีขาย − ภาษีซื้อ) ให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 23 หากยื่น แบบออนไลน์) ตามที่ PEAK — แพลตฟอร์มส่งข้อมูลรายได้ ระบุ
ข้อมูลที่แพลตฟอร์มส่งให้สรรพากร — ปัจจุบันแพลตฟอร์ม e-commerce มีหน้าที่ส่งข้อมูลรายได้ของผู้ขายให้กรมสรรพากรโดยตรง ทำให้สรรพากร มีข้อมูลยอดขายของผู้ขายในมืออยู่แล้ว การไม่ยื่นหรือยื่นไม่ครบจึงมี ความเสี่ยงสูงกว่าในอดีต
กฎหมาย e-Payment — เกณฑ์ที่ธนาคารต้องรายงาน
นอกจากแพลตฟอร์ม สถาบันการเงินก็มีหน้าที่รายงานข้อมูลภายใต้กฎหมาย e-Payment ตามที่ PEAK อธิบาย — ธนาคารและผู้ให้ บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องนำส่งข้อมูลบัญชีของผู้ที่มีเงิน เข้าเข้าเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งต่อไปนี้ในรอบปี:
- เงินเข้า ตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป (ไม่ว่ายอดรวมเท่าไร) หรือ
- เงินเข้า ตั้งแต่ 400 ครั้งขึ้นไป และมียอดรวมเกิน 2 ล้านบาท
เกณฑ์นี้ครอบคลุมผู้ขายออนไลน์จำนวนมากที่รับโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร หรือ e-wallet เป็นประจำ ทำให้การติดตามรายได้ของกรมสรรพากรครอบคลุม มากกว่าเฉพาะข้อมูลจากแพลตฟอร์ม
ครีเอเตอร์ — YouTube และ Google AdSense
รายได้จากการสร้างคอนเทนต์บน YouTube และรายได้โฆษณาผ่าน Google AdSense จัดเป็นเงินได้ตาม มาตรา 40(8) เช่นเดียวกับการขายของ ออนไลน์ ตามที่ Inflow Account — ภาษียูทูบเบอร์ และ iLikeTax — รายได้ AdSense/YouTube อธิบายไว้
การหักค่าใช้จ่าย — ผู้สร้างคอนเทนต์เลือกได้ 2 ทาง:
- หักตามจริง — ค่าอุปกรณ์ ค่าตัดต่อ ค่าเดินทาง ค่าทีมงาน ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตคอนเทนต์ ต้องมีหลักฐานครบ
- หักเหมา — ในอัตราที่มาตรา 40(8) กำหนด
การหักภาษี ณ ที่จ่ายฝั่งสหรัฐฯ — ประเด็นที่ครีเอเตอร์ไทยหลายคน ไม่ทราบคือ รายได้จากผู้ชมในสหรัฐฯ ผ่าน YouTube อาจถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามกฎหมายสหรัฐฯ ตามที่ Google/YouTube — ข้อกำหนดด้านภาษี สหรัฐฯ ระบุ — แต่หากครีเอเตอร์ไทยกรอกแบบฟอร์มข้อมูล ภาษี (tax info) ใน Google AdSense ครบถ้วน อัตราการหักจะลดเหลือ เพียง 5% เนื่องจากประเทศไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับสหรัฐอเมริกา
ภาษีที่ถูกหักในสหรัฐฯ ส่วนนี้สามารถนำมาขอเครดิตภาษีในการยื่น ภ.ง.ด. ของไทยได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีซ้ำซ้อน — แต่ต้องเก็บ หลักฐานการหักภาษีจาก Google ไว้
รายได้จากแพลตฟอร์มอื่น ๆ
นอกจากที่กล่าวมา รายได้จากแพลตฟอร์มอื่นมีลักษณะคล้ายกัน:
- Facebook / Instagram (รับรีวิว, สปอนเซอร์) — เงินได้ 40(8) หรือ 40(2) ขึ้นกับลักษณะการรับงาน (รับจ้างทำคอนเทนต์ vs รายได้โฆษณา)
- TikTok (creator fund, live, affiliate) — 40(8)
- Google Ad Manager / AdSense บนเว็บไซต์ — 40(8) เหมือน YouTube
- การขายภาพ/สินทรัพย์ดิจิทัลบน stock platform — 40(8)
หลักการร่วมคือ รายได้ทั้งหมดจากทุกแพลตฟอร์มต้องนำมารวมกันยื่นใน แบบ ภ.ง.ด.90 ของบุคคลนั้น ไม่แยกตามแพลตฟอร์ม
แบบยื่นและกรอบเวลา
รายได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งหมดยื่นในแบบ ภ.ง.ด.90 (สำหรับผู้มี เงินได้หลายประเภท) ภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป
ผู้ที่มีรายได้ระหว่างปีอาจต้องยื่น ภ.ง.ด.94 (ภาษีครึ่งปี) เพิ่มเติม สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(5)-(8) ที่เกิดในช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน) โดยยื่นภายในเดือนกันยายน — จุดนี้ผู้มีรายได้ ออนไลน์จำนวนมากมักมองข้าม
การจัดเก็บข้อมูลรายได้
เนื่องจากรายได้จากแพลตฟอร์มกระจายอยู่หลายที่ — ยอดขาย Shopee ใน seller center, ยอด Lazada ในอีกระบบ, รายได้ YouTube ใน AdSense dashboard — การรวบรวมเพื่อยื่นภาษีเป็นงานที่กินเวลาและมีโอกาส พลาดสูง
นักลงทุนและเจ้าของธุรกิจออนไลน์ที่มีทั้งรายได้จากแพลตฟอร์มและพอร์ต การลงทุน Stack มีฟังก์ชั่นบันทึกรายได้จากธุรกิจและแพลตฟอร์ม ที่เชื่อมเข้าสู่ภาพรวมกระแสเงินสด ทำให้เห็นรายได้รวมจากทุกช่องทาง ในที่เดียว และนำไปใช้อ้างอิงเมื่อต้องยื่นภาษีได้ ทดลองได้ฟรี 14 วัน ที่ /#download
สรุป
รายได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์เกือบทั้งหมด — ขายของบน Shopee, Lazada, TikTok Shop และรายได้ครีเอเตอร์จาก YouTube, AdSense — จัดเป็นเงิน ได้ตามมาตรา 40(8) ที่ต้องนำมารวมยื่นในแบบ ภ.ง.ด.90 โดยเลือกหักค่า ใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริงได้
ประเด็นที่ต้องระวังในยุคนี้คือ แพลตฟอร์มและสถาบันการเงินส่งข้อมูล รายได้ให้กรมสรรพากรโดยตรงแล้ว ทั้งผ่านกฎการรายงานของแพลตฟอร์ม e-commerce และกฎหมาย e-Payment การยื่นภาษีให้ครบถ้วนจึงไม่ใช่เพียง หน้าที่ตามกฎหมาย แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบย้อนหลัง
สำหรับครีเอเตอร์ที่มีรายได้จากผู้ชมสหรัฐฯ การกรอกข้อมูลภาษีใน Google ให้ครบเพื่อใช้สิทธิอนุสัญญาภาษีซ้อน (ลดการหักเหลือ 5%) และ การเก็บหลักฐานเพื่อขอเครดิตภาษีในไทย เป็นรายละเอียดที่ช่วยลดภาระ ภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ในบทความถัดไป เราจะพูดถึงสิทธิประโยชน์ (privilege) ที่นักลงทุนระดับ ทรัพย์สินสูงได้รับจากสถาบันการเงินและบริการ wealth management ใน ประเทศไทย พร้อมเกณฑ์ทรัพย์สินของแต่ละระดับ
แหล่งข้อมูลและอ้างอิง:
- FlowAccount — การยื่นภาษีธุรกิจ E-Commerce แต่ละแพลตฟอร์ม
- PEAK — แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องส่งข้อมูลรายได้ให้กรมสรรพากร
- Shopee Seller Education — ภาษีสำหรับผู้ขาย
- Inflow Account — ภาษียูทูบเบอร์
- iLikeTax — รายได้จาก AdSense, YouTube
- Google/YouTube — ข้อกำหนดด้านภาษีของสหรัฐอเมริกา
หมายเหตุ: บทความนี้สรุปหลักการภาษีเพื่อการศึกษา มิใช่คำแนะนำทาง ภาษีเฉพาะกรณี อัตราและเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของกรมสรรพากร กรุณาตรวจสอบกับนักบัญชีหรือกรมสรรพากรก่อนยื่นจริง
พร้อมลองเห็นพอร์ตของคุณในที่เดียวไหม?
Stack รวมหุ้น กองทุน อสังหาฯ ทอง คริปโต ในแอปเดียว บน macOS และ Windows · ทดลองฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
รับบทความใหม่ทางอีเมล
บทความเรื่องการลงทุน ภาษี และการบริหารทรัพย์สินสำหรับนักลงทุนไทย ส่งตรงถึงคุณ · ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ทุกเมื่อ