ทุกปีมีคนไทยที่ใช้ชีวิตและลงทุนในต่างประเทศมานานหลายปีตัดสินใจกลับบ้าน บางคนมาดูแลครอบครัว บางคนเกษียณตั้งแต่อายุยังน้อย บางคนมองว่าไทยตอบโจทย์ cost of living ได้ดีกว่าสิงคโปร์หรือฮ่องกงในช่วงนี้ แต่สิ่งที่มักพลาดไปในแผนการกลับบ้านคือ ลำดับการจัดการพอร์ตและเงินที่ยังอยู่ต่างประเทศ
การเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เกิดขึ้นในปี 2567 ทำให้คำถามนี้ซับซ้อนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กรมสรรพากรออกคำสั่งที่ ป.161/2566 และ ป.162/2566 ซึ่งเปลี่ยนหลักเกณฑ์การเสียภาษีเงินได้จากต่างประเทศอย่างพลิกโฉม ส่งผลโดยตรงต่อทุกคนที่กำลังวางแผนย้ายพอร์ตกลับมา
เมื่อไหร่คุณกลายเป็น “ผู้เสียภาษีไทย”
จุดเริ่มต้นที่ต้องเข้าใจก่อนทุกอย่างคือหลักเกณฑ์การเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในไทย กฎคือ ถ้าคุณอยู่ในประเทศไทยรวมกันตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในปีปฏิทินใดปีหนึ่ง คุณถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยตามมาตรา 41 ประมวลรัษฎากร และมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ที่เกิดขึ้นในและนำเข้ามาในประเทศไทย
สำหรับ returnee ที่บินกลับในช่วงกลางปี ตัวเลข 180 วันนี้มักถูกมองข้าม สมมติคุณกลับมาพฤษภาคม — ภายในสิ้นปีนั้นคุณจะผ่านเกณฑ์แล้ว และทุกการโอนเงินจากต่างประเทศที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นจะต้องผ่านการพิจารณาตามกรอบของ ป.161/162
เส้นแบ่งที่สำคัญที่สุด: 1 มกราคม 2567
คำสั่ง ป.161/2566 มีผลบังคับใช้สำหรับเงินได้ที่นำเข้ามาในไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป หลักการที่เปลี่ยนไปคือ ก่อนหน้านั้น ถ้าคุณมีรายได้จากต่างประเทศในปีหนึ่ง แต่โอนเงินกลับมาไทยอีกปีหนึ่ง เงินนั้นจะไม่ต้องเสียภาษี ระบบนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว
อย่างไรก็ตามมีข้อยกเว้นที่สำคัญ: เงินได้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 ยังคงได้รับการยกเว้นภาษีเมื่อนำเข้ามาในไทย ไม่ว่าจะโอนมาเมื่อไหร่ก็ตาม นี่คือ “grandfather clause” ที่มีประโยชน์มาก แต่มีเงื่อนไขหลักคือ คุณต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ชัดเจนว่าเงินนั้นมาจากรายได้ก่อนปี 2567 จริง
SCB อธิบายประเด็นนี้ไว้ในบทความเรื่องภาษีเงินได้จากต่างประเทศ ว่าการแยกบัญชีให้ชัดเจนระหว่างเงินก่อนและหลังเส้นแบ่งนี้คือขั้นตอนสำคัญที่ควรทำก่อนกลับ
ลำดับงานก่อนเดินทางกลับ
การวางแผนที่ดีควรเริ่มก่อนวันที่คุณลงเครื่อง ไม่ใช่หลังจากนั้น สิ่งที่ควรจัดการขณะยังอยู่ต่างประเทศ:
1. แยกและจัดทำเอกสารเงินก่อนปี 2567 เปิดบัญชีแยกต่างหากสำหรับเงินที่สะสมก่อน 1 มกราคม 2567 พร้อม statement ธนาคารและหลักฐานที่มาของเงิน เช่น เงินเดือน เงินปันผล กำไรจากการขายหุ้น ที่เกิดขึ้นก่อนวันดังกล่าว เงินในบัญชีนี้คือ “เงินสะอาด” ที่โอนกลับมาไทยได้โดยไม่ต้องเสียภาษี
2. สำรวจพอร์ตลงทุนที่มีอยู่ บันทึกต้นทุน (cost basis) และมูลค่าปัจจุบันของสินทรัพย์ทุกรายการ โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่ยังไม่ได้ขาย เพราะเมื่อคุณกลับมาเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยแล้ว กำไรที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นจาก underlying asset ที่ยังถือไว้ จะต้องผ่านการพิจารณาตามกฎใหม่เมื่อนำเงินกลับมา
3. พิจารณาการ realize กำไรก่อนกลับ สินทรัพย์ที่มีกำไรค้างอยู่มาก บางกรณีควรพิจารณาขายก่อนที่คุณจะผ่านเกณฑ์ 180 วัน เพื่อให้กำไรนั้นเกิดขึ้นในช่วงที่คุณยังไม่ใช่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย แต่นี่เป็นการตัดสินใจที่ต้องชั่งน้ำหนักร่วมกับ CPA เพราะขึ้นกับโครงสร้างสินทรัพย์และภาระภาษีที่ปลายทางอีกด้วย
LTR Visa: ตัวเลือกสำหรับ HNWI ที่กลับมา
สำหรับคนที่มีทรัพย์สินและรายได้ต่างประเทศในระดับที่ผ่านเกณฑ์ LTR Visa คือหนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการจัดการภาษีหลังกลับมา
ตามที่ Forbes & Partners รายงาน ผู้ถือ LTR Visa ในประเภท Wealthy Global Citizen ซึ่งต้องมีสินทรัพย์อย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย อสังหาริมทรัพย์ หรือหุ้นบริษัทไทยอย่างน้อย 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ จะได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้จากต่างประเทศทั้งหมด รวมถึงที่นำเข้ามาในไทยด้วย
ข้อดีสำคัญคือผู้ถือ LTR ยังสามารถอยู่ไทยได้ตลอดทั้งปีโดยไม่มีข้อจำกัด 180 วันในแง่ภาษีสำหรับเงินได้ต่างประเทศ นี่เป็นความแตกต่างใหญ่จากสถานะผู้มีถิ่นที่อยู่ปกติ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขการคุณสมบัติและการยื่นขอเป็นกระบวนการที่ใช้เวลา ควรเริ่มศึกษาก่อนที่จะกลับมาจริง
การ Repatriate อย่างเป็นระบบ
เมื่อกลับมาแล้วและผ่านเกณฑ์ 180 วัน การโอนเงินแต่ละครั้งควรมีการบันทึกที่ชัดเจน:
เงินที่มาจาก pre-2024 funds — ระบุแหล่งที่มาด้วย statement เก่า บันทึกเป็นรายการแยกต่างหาก เงินนี้ไม่ต้องนำไปยื่นเป็นรายได้ในแบบ ภ.ง.ด.90 แต่ควรเก็บหลักฐานไว้เผื่อกรณีสรรพากรสอบถาม
เงินที่มาจาก post-2024 gains — ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน เงินปันผล หรือกำไรจากการขายหุ้น ต้องบันทึกว่าเป็นรายได้ประเภทใด จากประเทศใด และนำเข้ามาในปีภาษีใด เพราะข้อมูลเหล่านี้จำเป็นสำหรับการยื่นภาษีและการขอใช้สิทธิ์ลดหย่อนจากสนธิสัญญาภาษีซ้อน (DTAA) ถ้ามี
กระบวนการนี้ฟังดูซับซ้อน แต่ส่วนที่ทำให้ซับซ้อนจริงๆ คือการไม่มีระบบบันทึกที่ดี สำหรับผู้ที่มีพอร์ตหลายสกุลเงินและหลาย asset class Stack มีฟีเจอร์บันทึกเงินโอน-รับกลับ (ป.161/162) ที่ช่วยแยกประเภทรายการและเก็บประวัติการโอนไว้อย่างเป็นระบบ ทำให้การสรุปข้อมูลสำหรับยื่นภาษีปลายปีทำได้ง่ายขึ้น
สิ่งที่ควรทำหลังจาก Settle ในไทย
เมื่อผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านแล้ว งานที่ต้องทำต่อเนื่องไม่ใช่แค่ภาษี แต่รวมถึงการปรับโครงสร้างพอร์ตให้สอดคล้องกับชีวิตที่เปลี่ยนไป
หลายคนที่กลับมาไทยมีสัดส่วน foreign assets สูงมาก ซึ่งในช่วงที่อยู่ต่างประเทศอาจมีเหตุผล แต่เมื่อค่าใช้จ่ายหลักกลายเป็นสกุลเงินบาท ความเสี่ยงด้าน FX ที่ไม่ได้รับการป้องกันอาจส่งผลต่อ cashflow จริง การทบทวนสัดส่วน asset allocation ให้ตรงกับ liability ในสกุลเงินบาทจึงเป็นขั้นตอนสำคัญหลังจาก settle แล้ว
บทความถัดไปจะพาไปดูเรื่องการใช้ปฏิทินการเงินอัตโนมัติเพื่อติดตามรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นซ้ำๆ โดยที่คุณไม่ต้องจำเองทุกรายการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ returnee หลายคนพบว่าจำเป็นมากในช่วงเดือนแรกๆ ที่กลับมา
พร้อมลองเห็นพอร์ตของคุณในที่เดียวไหม?
Stack รวมหุ้น กองทุน อสังหาฯ ทอง คริปโต ในแอปเดียว บน macOS และ Windows · ทดลองฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
รับบทความใหม่ทางอีเมล
บทความเรื่องการลงทุน ภาษี และการบริหารทรัพย์สินสำหรับนักลงทุนไทย ส่งตรงถึงคุณ · ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ทุกเมื่อ